Website Banner
 
 
ไหว้พระ 9 วัด อุบลราชธานี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมืองอุบลราชธานี

        จังหวัดอุบลราชธานี ได้ชื่อว่าเป็น "เมืองนักปราชญ์" มาตั้งแต่โบราณกาล สาเหตุอันเนื่องด้วยอุบลราชธานีนั้น มีความร่ำรวย ในความงามทางด้านศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น ที่สั่งสมมานาน และสืบเนื่องกันมากว่า 211 ปี สิ่งเหล่านี้ล้วนประจักษ์และเป็นที่กล่าวขา ทั่วสารทิศ ต่อผู้มาเยือนเมืองดอกบัวดินแดน นักปราชญ์ แห่งนี้ ปะการหนึ่งนั้นก็คือ อุบลราชธานีมีวัดวาอาราม และศาสนสถาน ที่ปรากฎอยู่ทุกแทบหัวมุมถนนในเขตพื้นที่เมืองอุบลราชธานี เมืองดอกบัวงามแห่งนี้ จึงได้ชื่อว่าเป็นขุมคลังที่เจริญไปด้วยวัดวาอาราม ศาสนสถานต่าง ๆ จากโบราณกลจนถึงปัจจุบันกาล อีหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองดอกบัวนั่นคือ "ไหว้พระ 9 วัดอุบลราชธานี" โดยมีวัดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    วัดทุ่งศรีเมือง ::
ตั้งอยู่เลขที่ 95 ถนนหลวง ด้านทิศตะวันออกของสนามทุ่งศรีเมือง สร้างสมัยปลายรัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง พระประธานในวิหาร "ศรีเมือง" วัดทุ่งศรีเมือง ถือเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่แต่ครั้งเริ่มสร้างเมืองอุบลฯ เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดเหนือท่า (หน้าวัดสุปัฎฯในปัจจุบัน) ต่อมาวัดเหนือท่า ได้ขาดการดูแล จึงเป็นวัดร้าง พระครูวิโรจน์รัตโนบล เจ้าอาวาสวัดทุ่งศรีเมืองในสมัยนั้น นำญาติโยมสัปบุรุษ ไปอัญเชิญเคลื่อนย้ายมาเป็น พระประธานในวิหารศรีเมือง ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมเศียรพระที่ชำรุดขึ้นใหม่ โดยจำลองให้เหมือนพระเหลาเทพนิมิต อำเภอพนา ญาติโยมรวมใจกันปิดทองพระเจ้าใหญ่ศรีเมืองตลอดทั้งองค์ เปล่งปลั่ง สดใส น่าเสื่อมใสศรัทธามาก
ข้อมูล วัดทุ่งศรีเมือง เพิ่มเติม : วัดทุ่งศรีเมือง

      วัดมณีวนาราม :: (วัดป่าน้อย) ตั้งอยู่เลขที่ 151 ถนนหลวง อยู่ระหว่างวัดมหาวนารามกับวัดทุ่งศรีเมือง สร้างเมื่อประมาณ พ. ศ.2332 ผู้สร้างคือ อุปฮาดก่ำ โอรสพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) พระแก้วโกเมน เป็นพระบูชาปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 4 นิ้ว สูงประมาณ 5 นิ้ว สันนิษฐานกันว่าอุบัติขึ้นมาพร้อมพระแก้วบุษราคัมซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีอุบลรัตนาราม พระแก้วโกเมน เป็นพระพุทธรูปอัญมณีในตระกูล “นพรัตนชาติ” คือ แก้วเก้าประการ อันได้แก่ สีขาวผ่องเพชรดี ทับทิมสีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัง แดงสลังเพทาย สังวาลสายไพฑูรย์ คณะกรรมการวัดมณีวนาราม ได้อัญเชิญพระแก้วโกเมนลงมาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาและสรงน้ำในเทศกาลวันวิสาขบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลทุกปี ข้อมูล วัดมณีวนาราม เพิ่มเติม : วัดมณีวนาราม

    วัดมหาวนาราม :: (วัดป่าใหญ่) เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ถนนหลวง ด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรอุบลราชธานี สร้างเมื่อปีเถาะ พ.ศ.2350 เมื่อสร้างวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระมหาราชครูศรีสิทธิธรรมวงศา ได้นำพุทธศาสนิกชนร่วมกันสร้างพระพุทธรูปชื่อ “พระเจ้าใหญ่อินทรแปลง” มีความหมายว่า “พระอินทร์จำแลงแปลงกายมา” ข้างอีสานเรียก “พระเจ้าใหญ่อินทร์แปง” มีความหมายอีกนัยหนึ่งว่า “พระอินทร์สร้าง” ซึ่งเป็นมงคลนามทั้งสองความหมาย การสร้างพระเจ้าใหญ่องค์นี้ ขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 10 ศอก ลงรักปิดทองด้วยพุทธศิลปะที่งดงาม เพื่อเป็นองค์แทนสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า สร้างสำเร็จเรียบร้อย เมื่อวันเพ็ญเดือนห้า ตรงกับวันอาทิตย์ เดือน เมษายน ช่วงเวลาบ่ายสามโมง ปรากฏในศิลาจารึกที่ด้านหลังองค์พระ จึงกำหนดเอาวันเพ็ญเดือนห้า เป็นวันจัดงานเฉลิมฉลองพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง เป็นประจำทุกปี ประชาชนหลั่งไหลกันมากราบนมัสการขอพรดลบันดาให้ประสบสุขตลอดไป
ข้อมูล วัดมหาวนาราม เพิ่มเติม : วัดมหาวนาราม

        วัดใต้ :: ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนสุนทรวิมล ตำบลในเมืองอุบลราชธานี สร้างเมื่อ พ.ศ.2373 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโ กสินทร์ ต่อมาวัดใต้ได้เปลี่ยนแปลงชื่อวัดเป็น “วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ” เพราะเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปเก่าแก่นามว่า “พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ” เนื้อทอง นาคสำริด หน้าตัก 51 นิ้ว (1.27 เมตร) สูง 85 นิ้ว (2.12 เมตร) ใช้ทองนาคเงินสำริดหล่อองค์พระหนักเก้าแสนบาท พระพุทธลักษณะเป็นปางมารวิชัย พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อที่วัดใต้ มีความสำคัญเป็น1ใน 5 องค์ ในจำนวนพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อในประเทศไทย ที่เชียงใหม่ ชัยภูมิ หนองคาย และที่วัดพระโต กิ่งอำเภอนาตาล อุบลฯ กับที่ประเทศลาวอีก 1 องค์
ข้อมูล วัดใต้ เพิ่มเติม : วัดใต้


    วัดกลาง :: ตั้งอยู่ถนนราชวงศ์ ริมฝั่งแม่น้ำมูล สร้างเมื่อ พ.ศ.2325 โดย เจ้าราชวงศ์(ก่ำ) เป็นผู้สร้างใกล้กับคุ้มหรือ “โฮงราชวงศ์” ตามคตินิยมแต่โบราณที่เสาะหาทำเลใกล้แม่น้ำ สร้างเมืองแล้วสร้างวัดควบคู่กัน ชื่อว่าเรียกตาทางน้ำไหล วัดที่เจ้าราชวงศ์สร้าง อยู่ระหว่าง “วัดเหนือท่า” (บริเวณสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในปัจจุบัน) กับ “วัดใต้ท่า” (สำนักงานการไฟฟ้าฯ ปัจจุบัน” จึงได้ชื่อว่า “วัดกลาง” พระบทม์ เป็นพระประธานในวิหารเก่าแก่ ตั้งแต่ครั้งสร้างวัด เป็นพระพุทธปฏิมาปางมารวิชัยที่งดงามมาก ขนาดตักกว้าง 78 นิ้ว (1.98 เมตร) สูง 108 นิ้ว (2.75 เมตร) สร้างด้วยอิฐดินเหนียวผสมเกสรดอกบัว จึงได้มีชื่อว่า “พระบทม์” มาจากคำว่า ปทุม - ปทม - บทม์ หมายถึง “พระดอกบัว” ได้แก่บัวหลวง มีสีแดง กลิ่นหอม เป็นพระพุทธรูปที่ประสาทพรเกื้อกูลให้เกิดความสำเร็จตามแรงแห่งสัจจาธิษฐานปรารถนา สมัยก่อนผู้เฒ่าผู้แก่รุ่นปู่ย่าตายาย เมื่อได้พบเห็นสิ่งที่หมดจดงดงามสดสวย มักจะอุทานเปรียบเทียบว่า “จะแม่นงามปานพระบทม์”
ข้อมูล วัดกลาง เพิ่มเติม : วัดกลาง

    วัดหลวง :: ตั้งอยู่ถนนพรหมเทพ ริมแม่น้ำมูล เมื่อสร้างเมืองอุบลฯเสร็จแล้ว พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) ก็ได้สร้างวัด หลวงเป็นวัดแรก ซึ่งอยู่ใกล้คุ้ม หรือ “โฮงหลวง” จึงเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง เมื่อสร้างวัดหลวงเสร็จ ก็ได้นำชาวบ้านชาวเมืองสร้างพระพุทธรูปพระประธานในพระวิหารชื่อว่า “พระเจ้าใหญ่องค์หลวง” ตามนามของท่านผู้นำพระองค์นี้ที่ชาวบ้านเรียกขานท่านว่า “ญาหลวง” “พระเจ้าใหญ่องค์หลวง” เป็นพระพุทธรูปที่สง่างาม ต้องด้วยพุทธลักษณะอันเป็น “เบ็ญจลักษณะ” ห้าคืบพระสุคต ทุกประการ
ข้อมูล วัดหลวง เพิ่มเติม : วัดหลวง

    วัดสุปัฎนารามวรวิหาร :: เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนสุปัฎน์ ริมแม่น้ำมูล สร้างเมื่อ พ.ศ. 2393 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระพรหมราวงศา (กุทอง) เจ้าเมืองอุบลฯ คนที่ 2 สร้างวัดนี้เพื่อประกอบพระราชพิธีและศาสนพิธีสำคัญโดยพระราชทานทรัพย์ เป็นเงิน 10 ชั่ง โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “วัดสุปัฏนาราม” เป็นวัดธรรมยุตแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระประธานในพระอุโบสถ มีนามว่า “พระสัพพัญญูเจ้า” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยโลหะผสมขัดเงา พระพุทธลักษณะสัดส่วนคล้ายกับ “พระพุทธชินราช” ที่จังหวัดพิษณุโลก (จึงได้รับ การขนานนามว่า“พระพุทธชินราชแห่งอีสาน”) โดยมีพระอุปัชฌาย์สีทา ชยเสโน เป็นช่างและประธานดำเนินการหล่อ เมื่อ พ.ศ. 2459 พระพุทธปฎิมาองค์นี้มีนามเมื่อแรกสร้างว่า “พระพุทธสัพพัญญูเจ้า” หน้าตัก 4 คืบพระสุคต กายหล่อใช้โลหะธาตุ หนัก 30 หาบ การขัดเงาราศีรัศมี แผ่กระจายสง่างามมาก น่าเคารพ บูชายิ่งนัก
ข้อมูล วัดสุปัฏนารามวรวิหาร เพิ่มเติม : วัดสุปัฏนารามวรวิหาร

    วัดศรีอุบลรัตนาราม :: (พระอารามหลวง) เดิมชื่อ “วัดศรีทอง” เป็นวัดธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ถนนอุปราช ข้างศาลากลางจังหวัด อุบลราชธานี วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2398 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี พระแก้วบุษราคัม เป็นพระพุทธรูปบูชา ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูงประมาณ 5 นิ้ว แกะสลักจากแก้วบุษราคัม (แก้วมณีสีเหลือง) ทึบทั้งแท่ง มีสังวาลประดับที่องค์พระ ฐานหุ้มด้วยทองคำ เป็นพระพุทธรูปโบราณ นานนับพันปี ฝีมือช่างสกุลเชียงแสน ในสมัยการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มีการประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา (พิธีดื่มน้ำสาบาน) ได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัม เป็นประธานในการประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้
ข้อมูล วัดศรีอุบลรัตนาราม เพิ่มเติม : วัดศรีอุบลรัตนาราม

    วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง :: ( หลวงพ่อเงิน 700 ปี ) หาดบุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง ( ทางลง หาดบุ่งสระพัง ) ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้าน บ้านปากน้ำ บุ่งสระพัง ถนนสมเด็จ ( อุบล ฯ - ตาลสุม ) ประมาณ 10 กม. จากตัว จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนถึงทางลง ไป หาดบุ่งสระพัง ร้านอาหาร แพริมน้ำ อีกหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวอุบลราชธานี , หลวงพ่อเงิน 700 ปี เป็น สัญลักษณ์ แห่ง วัฒนธรรม และ มหาศรัทธา เป็นที่รวมจิตใจ ของ พุทธศาสนิกชน ทั่วไป รวมทั้ง นักท่องเที่ยว ที่ได้มาเที่ยวชม อุบลราชธานี หรือ มาเที่ยวประเทศลาว ก่อน กลับ สู่ภูมิลำเนาเดิม มักจะมาแวะ กราบไหว้ นมัสการ หลวงพ่อเงิน ณ บ้านปากน้ำ บุ่งสระพัง เป็นประจำ, ทุก ๆ ปี วันสงกรานต์ วันที่ 13 เมษายน จะมีงาน ประเพณีแห่ หลวงพ่อเงิน ประจำปี , อันสืบเนื่องมากจาก แรงศรัทธา และ ปาฏิหารย์ ของ หลวงพ่อเงิน 700 ปี จะมี ผู้มาร่วมงานประชาชน จากสารทิศ มาร่วมงาน ทั้ง ดารา และ ผู้มีชื่อเสียง รวมทั้ง สื่อมวลชน ต่าง ๆ อาทิเช่น รายการทีวี นิตยสาร ต่าง ๆ ต่างมีความสนใจ ในการทำเรื่องราว ความศรัธา ปาฏิหารย์ ของ หลวงพ่อเงิน เป็นประจำ, หลวงพ่อเงิน 700 ปี เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนล้านช้าง อายุ 700 ปี เป็น พระชัยหลังช้าง หนึ่งเดียวแห่งอีสาน หลวงพ่อเงิน เป็น พระพุทธรูป ที่มีความเกี่ยวข้องกับการสถาปนาเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัย แห่งค่ายนักรบในอดีต ได้ขุดพบ ณ จุดไกล้เคียง ค่ายดอนมดแดง ณ วัดป่าพระพิฆเณศวร์ ริมแม่น้ำมูล หลวงพ่อเงิน ได้ขุดพบเมือง ปี พ.ศ. 2515 ภายหลัง ลำแสงประหลาด พุ่งขึ้นใส่ เครื่องบิน ทหารอเมริกัน ใน ขณะบินลาดตระเวน บริเวณ วัดป่าพระพิฆเณศวร์ และ โดยการ นิมิตร จาก พระมงคลธรรมวัฒน์ พระผู้มีปฎิปทา ผู้นำด้านการพัฒนา ชุมชน และ เป็นที่เคารพนับถือ ของ ศิษยานุศิษย์ ทุกทั่วสารทิศ
ข้อมูล วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง เพิ่มเติม : วัดปากน้ำบุ่งสระพัง

ที่มา : http://www.southlaostour.com/ท่องเทียว-อุบลราชธานี/ไหว้พระ-9-วัด-อุบลราชธานี-ทัวร์.html
Current Pageid = 69